OSAKA AUTO MESSE 2013 6 DAYS 3 NIGHTS

วันแรก 05 ก.พ.56 กรุงเทพฯ- โอซาก้า
20.30 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นระหว่างประเทศขาออกเคาน์เตอร์สายการบินไทย แถว D เช็คกรุ๊ปหมายเลข 17-22 **พบกับเจ้าหน้าที่คอยตอนรับและอำนวยความสะดวก บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ D **
23.30 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยการบินไทย เที่ยวบิน TG 622(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 20 นาที เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง)
วันที่สอง 06 ก.พ.56 โอซาก้า – โกเบ – ศาลเจ้ามินาโตะกาวะ – สะพานอาคาชิไคเคียว – พอร์ต ทาวเวอร์ – ช้อปปิ้งโกเบฮาร์เบอร์แลนด์
07.00 เดินทางถึงสนามบินคันไซ (โอซาก้า) ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านขั้นตอนศุลกากรเรียบร้อย ญี่ปุ่น เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอค็อตสก์ เป็นเส้นแบ่งแดน ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ จึงทำให้บางครั้งถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโกเบ เมืองท่าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเฮียวโงะ ภูมิภาคคันไซ นำท่านชม ศาลเจ้ามินาโตะกาวะ ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ มาซะฮิเงะ คุซึโนะกิ ขุนพลมือหนึ่งในสมัยศตวรรษที่ 14 ที่มีส่วนช่วยกอบกู้ราชอาณาจักรให้จักรพรรดิ โกะ ไดอะโกะ ปัจจุบันภายในศาลเจ้า ได้มีการจัดแสดงของมีค่า และทรัพย์สมบัติของขุนพลท่านนี้ เอาไว้มากมาย ให้ทุกท่านเดินชมตามอัธยาศัย
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง อาหารเชทญี่ปุ่น
นำท่านเดินทางชม สะพานอาคาชิไคเคียว เป็นสะพานแขวนที่มีความยาวถึง 4 กิโลเมตร ทอดข้ามพ่านช่องแคบอาคาชิ ตั้งอยู่ระหว่างเมืองโกเบกับเกาะอาวาจิและยังเป็นส่วนหนึ่งของ ทางด่วนสายโกเบ – อาวาจิ – นารูโตะอีกด้วย โดยสะพานแขวนแห่งนี้ได้เปิดใช้เมื่อปี ค.ศ1998 และเป็นดั่งสะพานเชื่อมเกาะฮอนชูและเกาะชิโกกุ เข้าไว้ด้วยกัน ส่วนอีกจุดที่สำคัญของสะพานนี้ คือถนนคนเดินไมโกะมารีน ซึ่งอยู่ใต้สะพานและสูงจากพื้นน้ำขึ้นมา 50 เมตร สามารถชมทิวทัศน์ของช่องแคบอาคาชิกับอ่าวโอซาก้าได้(โดยต้องขึ้นจากฝั่งเมืองโกเบ) จากนั้นนำท่านสัมผัสความสูงที่ 108 เมตร ณ โกเบ พอร์ต ทาวเวอร์ (ด้านนอก) หอคอยชมวิวที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือ ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองโกเบได้ถึง 360 องศา ท่านจะได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของเมืองโกเบที่มีความเจริญและทันสมัยขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 12 ปี หลังจากที่เมืองโกเบประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุด ในปี 1995 ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านที่นี่กว่า 500 หลังคาเรือนจากนั้นให้ท่านอิสระช้อปปิ้ง ณ โกเบ ฮาร์เบอร์ แลนด์ ท่านจะได้ชม อนุสรณ์ที่ระลึกแผ่นดินไหวโกเบ จัดแสดงพื้นที่ริมอ่าวที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวในปี ค.ศ.1995 เพื่อบอกเล่าถึงอนุชนรุ่นหลัง ทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและการบูรณะซ่อมแซมให้กลับเป็นเมืองที่สวยงาม ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับทิวทัศน์ที่งดงามริมอ่าว อีกทั้งยังมีห้างสรรพสินค้าที่สร้างด้วยโมเสคหันหน้าออกทะเล ข้างๆ มีสวนโมเสคขนาดย่อม รวมถึงภัตตาคาร เร็งก้า โซโก้ ห้างสรรพสินค้าโกเบ ฮันเคียว และโปรมีน่า โกเบช้อปปิ้งมอลล์และแห่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร โรงภาพยนต์และอื่นๆ มากมาย ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก
เย็น เดินทางสู่ที่พัก โรงแรม Minou Kanko Hotel หรือ เทียบเท่าและ รับประทานอาหารเย็นในโรงแรม หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ไม่ควรพลาดประสบการณ์ “การอาบน้ำแร่ธรรมชาติ” เพื่อสุขภาพออนเชนซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการอาบน้ำแร่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงและผิวพรรณเปล่งปลั่ง
วันที่สาม 07 ก.พ.56 Panasonic museum – ช้อปปิ้ง Rinku Outlet
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม

นำท่านเดินทางมายัง พิพิธภัณฑ์พานาโซนิค หรือ โคโนสุเกะ มัตสึชิตะ มิวเซียม ตั้งอยู่ในสำนักงานใหญ่พานาโซนิค คอปอร์เรชั่น ที่จัดแสดงเครื่องใช้ ไฟฟ้ารุ่นคุณปู่ยี่ห้อเนชั่นแนล ที่คนไทยคุ้นเคย ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น พานาโซนิค ที่มความหมายว่า แหล่งรวมเสียง เตารีด พัดลม วิทยุเทป บางชิ้นเห็นแล้วยังจำได้ว่าสมัยเด็กเคยเห็นปู่ย่าใช้กันอยู่ แต่บางชิ้นนี่สิ มองแทบไม่ออกว่า ไม่บอกไม่รู้หรอกว่าคือ ฮีตเตอร์ หรือเครื่องทำความร้อน ในปี 1927 ที่เวลาใช้งานต้องตั้งไว้ใต้โต๊ะแล้วเอาผ้าคลุมเพื่อให้ความร้อนกระจายออกมา นอกจากนี้ ยังมีวิทยุเครื่องแรกปี 1931 ทีวีขาวดำ ปี 1952 ทีวีสี ปี 1960 และเครื่องซักผ้าหน้าตาแปลกๆ ที่เผยโฉมครั้งแรกเมื่อปี 1952

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง :
หลังจากนั้นเราก้อเดินทางกันต่อ ไปยัง Rinku Outlet
ต่อมานพำท่านมายังรินกุเอ้าเล็ท (Rinku Outlet) แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นใกล้กับสนามบินคันไซ ให้ท่านเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้า “ แบรนด์เนม ” ชื่อดังหลากหลายและสินค้าดีราคาพิเศษ อาทิ เครื่องสำอาง, เครื่องประดับ, เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้าอุปกรณ์กีฬา, เครื่องใช้ไฟฟ้าและยังเป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นโกอินเตอร์มากมายกับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าล่าสุด อาทิ MK Michel Klein, Morgan, Elle, Cynthia Rowley, Diffusione Tessile ฯลฯ พร้อมทั้งเลือกซื้อกระเป๋าไฮไซ Bally, Prada, Gucci, Diesel, Tumi, Gap, Armany ฯลฯ หรือจะเลือกดูเครื่องประดับ และนาฬิกาหรูอย่าง Tag Heuer, Agete, S.T.Dupont, Tasaki,Longines ฯลฯ รวมไปถึงรองเท้าแฟชั่น Hush Puppies, Scotch Grain, Skechers, Hogan ฯลฯ หรือเลือกซื้อสินค้าสำหรับคุณหนู Aigle, Bandai Asobi, Hakka Kids, Miki Houseและสินค้าอื่นๆอีกมากมาย ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
เย็น รับประทานอาหารเย็น ปิ้งๆย่างๆ
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Osaka Nikko Hotel หรือ เทียบเท่า
และ รับประทานอาหารเย็นในโรงแรม หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ไม่ควรพลาดประสบการณ์ “การอาบน้ำแร่ธรรมชาติ” เพื่อสุขภาพออนเชนซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการอาบน้ำแร่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงและผิวพรรณเปล่งปลั่ง
วันที่สี่ 08 ก.พ.56 วัดน้ำใส – ปราสาทโอซาก้า – ช้อปปิ้งย่านชินไซบาชิ
เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางเพื่อขอพรสิ่งศักดิ์ ณ “วัดน้ำใส” หรือ “วัดคิโยมิซึ” เป็นวัดที่สร้างด้วยท่อนซุงขนาดมหึมา ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเนื่องมาจากมีน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำ 3 สาย ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไหลมาจากเทือกเขา เป็นมรดกโลกอันเก่าแก่กว่า 1500 ปี โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 788 เพื่อถวายแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม 11 พักต์ ทางเดินขึ้นสู่วัดเรียกกันว่า “ถนนสายกาน้ำชา” เนื่องจากในอดีตจะมีร้านขายถ้วยชาเครื่องปั้นดินเผาเรียงรายตลอดสองข้างทาง แม้ในปัจจุบันจะมีร้านขายของที่ระลึกต่างๆมากมายให้ท่านเลือกซื้อ แต่ก็ยังคงหลงเหลือร้านเหล่านี้อยู่บ้างให้ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศเก่าแก่ที่หาชมได้ยาก

จากนั้นเชิญท่านดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ “น้ำ 3 สาย” ที่เชื่อกันว่า ถ้าดื่มแล้วจะเกิดความเป็นสิริมงคลในด้าน “ความร่ำรวย, ความมีชื่อเสียง และ มีสุขภาพดี” … อีกทั้งท่านยัง
สามารถเสี่ยงทายหินคู่รัก โดยการหลับตาเดินจากหินก่อนนึงไปยังหินอีกก้อนได้โดยไม่มีอุปสรรค ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าความรักของท่านจะสมหวัง

นำทุกท่านเดินทางไปยัง “ปราสาทโอซาก้า” เป็นสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองโอซา ก้า สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกบนบริเวณที่เคยเป็นวัด Osaka Hongan-ji เมื่อปีค.ศ.1583 โดย โชกุนโทยะโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) (ค.ศ.1537-1598) นักรบระดับไดเมียวผู้พยายามรวบรวม ประเทศเป็นครั้งแรก หอคอยประสาทหรือส่วนที่เรียกว่า Tenshukaku แล้วเสร็จลงสองปีต่อมา แต่หลังจากสงคราม Osaka Natsu No-jin ในปีค.ศ.1615 ตระกูล Toyotomi ถูกฆ่าล้างโคตร Tenshukaku ก็ถูกทำลายลงย่อยยับ ต่อมาได้รับการบูรณะใหม่ในสมัย Tokugawa แต่น่าเสียดายที่ในปีค.ศ.1665 ได้ถูกฟ้าฝ่าเสียหายย่อยยับอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ปราสาทโอซาก้าไม่มี Tenshukaku มานานปี จนกระทั่งในปี 1931 นายกเทศมนตรีเมืองโอซาก้า นาย Seki ได้ขอรับเงินบริจาคจากชาวเมืองจำนวนหนึ่งล้านห้าแสนเยน (เท่ากับราว 75,000 ล้านเยนในปัจจุบันนี้) มาบูรณะปราสาทใหม่ปราสาทโอซาก้าปัจจุบันสูง 55 เมตร มี 5 ส่วน 8 ชั้น เครื่องประดับหลังคาและภาพเสือบนกำแพงตัวปราสาทและหลายๆส่วนลงทองสีอร่ามสวยงาม (ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกสำคัญของประเทศ) บนหอคอยชั้น 8 ของ Tenshukaku ท่านสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรวมของ เมืองโอซาก้าได้อย่างชัดเจน ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกประเทศมาเยือนปีละราว 1-3 ล้านคน

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปช้อปปิ้ง ย่านชินไซบาชิที่ถนนชินไซบาชิซึจินี่ก็เป็นที่รู้ ๆ กันดีอยู่ว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งหลักของโอซาก้า ทัวร์ไทย คนไทยคนไหนมาโอซาก้า แต่ไม่ได้มาช้อปปิ้งที่ชินไซบาชิก็ถือว่ายังมาไม่ถึงโอซาก้ากันเลยทีเดียว โดยเฉพาะจำพวก เครื่องสำอาง เสื้อผ้า รองเท้า ของเล่น ของน่ารัก ๆ กระจุ๊กกระจิ๊ก ชวนให้เสียตังค์ ไว้คอยหลอกล่อให้คุณผู้หญิงเลือกเข้า ๆ ออก ๆ กันแบบว่า เข้าร้านซ้ายที ร้านขวาที ไปตลอดทาง มีเวลาให้ 1 ชั่วโมง ก็หมด 1 ชั่วโมง มีเวลาให้หนึ่งวัน ก็หมดหนึ่งวันนั่นแหละ…พอเดินมาสุดถนนชินไซบาชิ ก็จะเจอกับคลองโดทงโบริ ซึ่งมีมุมบังคับมหาชน ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปกันที่นี่คือ ป้ายกูลิโกะ อันเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้า นั่นเอง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Osaka Nikko Hotel หรือ เทียบเท่า
วันที่ห้า 09 ก.พ.56 ดูงาน AUTO MESSE – ช้อปปิ้งอิออน – สนามบินคันไซ
เช้า รับประทานอาหารเช้า

ณ ห้องอาหารโรงแรม9.00 นำทุกท่านเข้างาน OSAKA AUTO MESSE 2013โอซาก้าออโต้เมสเซ่ ( 大阪オートメッセ ) งานแสดงรถยนต์ ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนรถเป็นหนึ่งของการแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น จัดขึ้นในวันหยุดที่ตรงกลางของเดือนกุมภาพันธ์ 3 วัน งานนี้มีคนเข้าร่วมงานมากกว่า 200,000 คน เป็นการแสดงของผู้ผลิตรถยนต์ที่มีชื่อเสียง, ผู้ผลิตชิ้นส่วนและจะมีการนำแสดงรถยนต์สาธิตรุ่นล่าสุดของพวกเขา

เที่ยง (อาหารกลางวันไม่มีบริการ เพื่อความสะดวกให้ท่านรับประทานตามอัธยาศัย)

หลังจากดูงานกันเสร็จแล้ว เราจะพาท่านไปยังห้างสรรพสินค้าอีอ้อนเพื่อ ช้อปปิ้งซื้อของฝากกลับบ้าน ซึ่งที่นี้ท่านจะได้เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นหรือขนมขบเคี้ยวที่วางไว้ให้เลือกสรรอย่างมากมาย และหากท่านต้องการซื้อสินค้าแบรนด์เนมก็มี ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจำพวกกระเป๋า, นาฬิกา, เสื้อผ้า, อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ และที่สำคัญยังมีร้าน 100 เยนตั้งอยู่ภายในห้างด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารเย็น : ตามอัธยาศัยนำท่านเดินทางสู่สนามบิน โอซาก้า
วันที่หก 10 ก.พ.56 โอซาก้า – กรุงเทพฯ
00.30 ออกเดินทางจากสนามบินโอซาก้า กลับกรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบินที่ TG 673
04.30 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

กำหนดการเดินทาง 05/02/2012 – 10/02/2012

อัตราค่าบริการทัวร์
อัตราค่าบริการ ราคารวมตั๋วเครื่องบิน
ไม่รวมภาษี+น้ำมัน
ราคาไม่รวมรวมตั๋วเครื่องบิน
ไม่รวมภาษี+น้ำมัน
ผู้ใหญ่ราคาท่านละ 59,000 บาท 46,000 บาท
ราคาเด็ก แบบมีเตียง ท่านละ 56,000 บาท
ราคาเด็ก แบบไม่มีเตียง ท่านละ 51,000 บาท
ต้องการพักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ 9,000 บาท


หมายเหตุ

  1. การเดินทางแต่ละครั้งต้องมีผู้โดยสารอย่างน้อย 25 ท่าน ขึ้นไป
    ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าว ทางบริษัทฯเก็บเพิ่ม ท่านละ 1,000 บาท
  2. ค่าภาษีสนามบิน, ค่าน้ำมัน ประมาณท่านละ 7,500 บาท ณ วันที่ ____________
    ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับภาษีน้ำมันขึ้นหากทางสายการบินมีการเรียก เก็บเพิ่มเติม
    โดยจะแจ้งให้ทราบก่อนการออกตั๋วเครื่องบิน
อัตราค่าบริการนี้รวม
  1. ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น (สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย)
  2. ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุ หรือเทียบเท่า
  3. ค่าอาหาร ค่าเข้าชม ค่ายานพาหนะทุกชนิดที่ระบุในรายการ
  4. ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ที่คอยอำนวยความสะดวกให้ท่านตลอดการเดินทางในต่างประเทศ
  5. ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงิน ท่านละ 1,000,000 บาท
อัตรานี้ไม่รวม
  1. ค่าทำหนังสือเดินทางไทย หรือพาสปอร์ต
  2. ค่าบัตรเข้างาน OSAKA AUTO MESSE 2013
  3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม นอกเหนือจากค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์
  4. ค่าน้ำหนักกระเป๋ากรณีเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด 20 กก.
  5. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  6. ค่าภาษีสนามบิน, ค่าภาษีน้ำมันที่สายการบินอาจเรียกเก็บเพิ่มเติม กรณีมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
เงื่อนไขการชำระเงิน
กรุณาชำระค่ามัดจำ ท่านละ 10,000 บาท และชำระส่วนที่เหลือก่อนเดินทางอย่างน้อย 15 วันทำการ และกรุณาส่งเอกสารที่ใช้ยื่นวีซ่าท่องเที่ยวให้กับทางบริษัทฯล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วันก่อนการเดินทาง
เงื่อนไขการยกเลิก
กรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 21 วันทำการ มิฉะนั้นทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำทั้งหมด กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ ผู้โดยสารต้องชำระค่ามัดจำ 5,000 บาท หรืออาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นเรียกเก็บ เช่น ค่าโรงแรม เป็นต้น
หมายเหตุ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ การเมือง โรคระบาด และสายการบิน ฯลฯ โดยทางบริษัทจะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญ ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ / เข้าประเทศญี่ปุ่น / การนำสิ่งของผิดกฎหมาย / เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติในทางเสื่อมเสีย รวมถึงภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งทางบริษัทฯไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ดังนั้นทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลเยน